About s11thethao

Here are my most recent posts

วิธีเลือกนาฬิกาให้เข้ากับการแต่งกาย

เทคนิคเลือกนาฬิกาข้อมือ

เทคนิคการเลือกนาฬิกาให้เหมาะสมนั้นช่วยให้เราคอมพลีทลุคได้ง่ายขึ้น และทำให้การแต่งกายนั้นดูมีอะไร ๆ มากกว่าชุดไปเที่ยว ออกงาน หรือชุดทำงานธรรมดา ดงันั้นการเลือกนาฬิกาที่มีรูปแบบหลากหลายในท้องตลาดให้เหมาะกับตัวเอง มีดังนี้

1. ขนาดของข้อมือ หากเป็นคนที่ข้อมือเล็กแนะนำให้เลือกนาฬิกาที่มีหน้าปัดขนาดเล็ก คือขนาดของหน้าปัดนาฬิกาไม่ควรใหญ่กว่าข้อมือนั่นเอง สำหรับรูปร่างของหน้าปัดที่เหมาะกับคนข้อมือเล็ก ควรเป็นหน้าปัดทรงกลม หลีกเลี่ยงนาฬิกาที่มีหน้าปัดเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า เพราะยิ่งจะทำให้ข้อมือนั้นดูเล็กเข้าไปอีก

สำหรับใครที่ข้อมือใหญ่ สามารถเลือกรูปแบบของหน้าปัดนาฬิกาได้หลากหลายรูปแบบ สามารถเลือกได้ตามความชอบอย่างอิสระเลย เพราะไม่ว่าจะใส่แบบไหนก็ไปกันได้ดี ถ้าหากอยากให้แขนดูเรียวเล้กอาจเลือกนาฬิกาที่มีหน้าปัดทรงสี่เหลี่ยมก็สามารถทำได้

2. รูปแบบของสายนาฬิกา

สายของนาฬิกาให้พิจารณาตามการแต่งกาย เช่นสายเหล็กนั้นเหมาะกับชุดทำงานที่ดูเป็นทางการ หรือวันที่แต่งตัวสไตล์มินิมอลแต่เรียบหรู ดังนั้นการเลือกใส่สายเหล็กนั้นมักไม่ค่อยเอาท์ อีกทั้งยังสามารถดูแลได้ง่าย ทนทาน แต่มีข้อเสียที่น้ำหนักมากกว่าสายประเภทอื่น ๆ

สายหนัง เหมาะกับการแต่งกายที่ง่าย ๆ สบาย ๆ ไม่เน้นความหรูหรา แต่ไม่เหมาะกับการใส่ออกกิจกรรมกลางแจ้ง เพราะเมื่อหนังถูกน้ำหรือโดนเหงื่อ จะทำให้มีกลิ่นได้ ข้อดีของสายหนังคือใส่แล้วนุ่มสบาย ไม่ทำร้ายผิว แต่ข้อเสียคือสายหนังต้องดูแลเป็นพิเศษ หลีกเลี่ยวการโดนน้ำเป็นสำคัญ

สายที่ทำจากยาง หรือเรซิ่น เหมาะกับการใส่ไปทำกิจกรรมกลางแจ้ง ออกแนวลุย ๆ เพราะสายแบบนี้จะมีน้ำหนักเบา สามารถโดนน้ำได้ แต่อาจไม่เหมาะกับวันทำงานเท่าใดนัก

3. เลือกระบบให้เหมาะสม

ท่านใดที่ชอบระบบคลาสสิค เรียบง่าย สไตล์มินิมอล และใส่ได้ตลอดไม่มีตกยุคแนะนำใหลือกแบบ Analog หรือแบบเข็มและตัวเลขนั่นเอง เพราะไม่ว่าจะผ่านไปเท่าใดนาฬิกาแบบนี้ก็ยังได้รับความนิยมเสื่อมคลาย และการใส่นาฬิกาแบบตัวเลขนี้ช่วยให้เรารู้สึกกระฉับกระเฉงได้ ในช่วงเวลาเร่งรีบเราก็จะไม่ปล่อยเวลาละเลย เช่น ผ่านไปแล้ว 45 นาที อีกเพียง quarter เดียวจะครบชั่วโมง ดังนั้นจะทำให้เราเคร่งครัดกับเวลามากขึ้น

หากชอบแบบตัวเลขแสดงทันที อาจเลือกชนิด Digital ที่มีพรายน้ำก็ดูทันสมัยไม่น้อย สามารถใช้จับเวลา หรือตั้งเป็นนาฬิกาปลุกก็สามารถทำได้ หน้าปัดอาจออกแบบให้มีวันที่ แสดงเวลาในหน่วยเสี้ยววินาที เหมาะการทำกิจกรรมกลางแจ้ง ออกกำลังกาย หรือในที่มืดก็สามารถดูเวลาได้

ปัจจุบันนาฬิกาได้พัฒนา และมีเทคโนโลยีที่หลากลาย แต่หลายคนก็ยังชอบแบบเขย่าอยู่ ตลอดอายุการใช้งานของนาฬิกาจะไม่อาศัยพลังงานจากแบตเตอรี่เลย แต่ใช้การเขย่าเพื่อสะสมพลังงาน ซึ่งนาฬิกาแบบนี้ปัจจุบันหาค่อนข้างยาก และมีเฉพาะแบรนด์ที่เก่าแก่ยาวนานนั้น

ความหมายของ Dress code สำหรับคุณสุภาพบุรุษ (ตอนจบ)

Dress-code -for-men

ความหมายของ Dress code สำหรับคุณสุภาพบุรุษ (ตอนจบ)

คุณสุภาพบุรุษได้ทำความรู้จักกับ Dress code หลากหลายรูปแบบทั้งที่เป็นทางการมาก ๆ แล้ว ได้แก่ Black Tie และ Black Tie Optional รวมถึงการแต่งกายในเชิงธุรกิจแบบ Business Attire และ Corporate Casual ดังนั้นในรูปแบบที่ไม่เป็นทางการเท่าสองตอนนั้นมีอะไรบ้าง ลองดูคำแนะนำที่เกี่ยวกับ Dress code สองแบบสุดท้ายดังนี้ค่ะ

Cocktail Attire โดยส่วนใหญ่เรามักจะพบ Dress Code นี้ ในงานสังสรรค์กึ่งทางการเสียเป็นส่วนใหญ่ โดการแต่งกายแบบ Cocktail Attire คือการแต่งตัวแบบง่าย ๆ สบาย ๆ เตรียมพร้อมสำหรับปาร์ตี้ แต่ยังคงความสุภาพเพื่อให้เกียรติแก่งานหรือสถานที่ ซึ่งการแต่งกายรูปแบบนี้ค่อนข้างทำได้ง่าย เพียงแค่เลือกเชิ้ต สามารถสวมทับด้วยเสื้อแจกเก็ตสีเข้ม ไม่จำเป็นต้องผูกเนคไท และกางเกงทรงสวยที่ดูเข้ากัน คาดเข็มขัดเพื่อความสุภาพขึ้นเล็กน้อย และก็เลือกรองเท้าหนังสบาย ๆ สักคู่ (เพราะคุณจะต้องเตรียมตัวปาร์ตี้ รองเท้าหนังสบาย ๆ นี่แหละเหมาะสมที่สุดแล้ว) ส่วนรองเท้าผ้าใบสามารถอนุโลมได้หากงานนั้นไม่ได้เคร่งเรื่องการแต่งกายมากนัก

Smart Casual เป็น Dress Code ที่เข้าใจง่ายที่สุด คุณสามารถเลือกแต่งตัวได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะสุภาพแบบ Corporate Casual หรือจะลดความเป็นทางการลงมาตามแบบ Cocktail Attire อีกทั้ง Smart Casual ยังเป็น Dress Code ที่ให้คุณสามารถสวมใส่เสื้อยืด (แต่ควรมีสูทหรือแจ๊คเก็ตทับอีกชั้นหนึ่ง) หรือกางเกงยีนส์ รวมไปถึงรองเท้าผ้าใบ ได้อีกด้วย ถึงจะง่ายและสบายแบบนี้ แต่ก็ควรคำนึงถึงความสวยงามและความเหมาะสมเป็นหลัก

ในอีกความหมายหนึ่งของ Smart Casual คือชุดลำลองที่คุณใช้ใส่เที่ยวในวันหยุด แต่ยังไม่ทิ้งภาพของความ smart อยู่ ตัวอย่างเช่นเสื้อแจ็กเก็ตสำหรับคุณผู้ชาย หรือถ้าเลือกสวมยีนส์ควรเลือกใช้ยีนส์สีเข้ม เช่น สีดำ เพื่อไม่ให้ดูลำลองจนเกินไป และยังสามารถจัดอยู่ใน Smart Casual ได้ ส่วนการเลือกรองเท้าให้ยึดหลักว่า ยิ่งเป็นทางการมากเท่าไร รองเท้าควรมิดชิดมากเท่านั้น

โดยในปัจจุบัน Dress Code แบบ Smart casual ทางผู้จัดงานได้หาคำแฟชั่นต่าง ๆ มาใช้ ลำให้งานมีสีสันยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Smart Casual, Urban Chic, Casual Chic หรือคำแปลกใหม่ในรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งเป็นเพียงลูกเล่นของการจัดงาน แต่ที่อย่างไรก็ตามผู้ที่ไปร่วมงานก็ควรหาชุดลำลองที่ดูสุภาพ และถูกกาลเทศะ คำว่าลำลองในที่นี้ ไม่ควรเป็นกางเกงขาก๊วย เสื้อยืด และคงไม่ต้องถึงกับผูกเนคไท ผู้ชายควรสวมแจกเก็ตที่ดูไม่เป็นทางการนัก หรืออาจจะเป็นเสื้อเชิ้ตสีเรียบ กางเกงควรเป็นกางเกงขายาว รองเท้าหุ้มส้น หรือคัชชู การแต่งกายที่สำคัญของงานแคชชวล คือ ไม่ควรเป็นชุดหรูหรา กรุยกราย เช่น ทำจากผ้าชีฟอง มีปัก มีเลื่อม เพราะมันจะดูมากเกินไป” ดังนั้นการแต่งกายในงานธีมปาร์ตี้ แขกสามารถแต่งกายได้สุดโต่ง ไม่ว่าจะเป็นธีมทหาร ธีมแฟนซี หรือธีมของประเทศต่าง ๆ แต่ที่สำคัญ แขกต้องดูลักษณะของเจ้าภาพ และธรรมชาติของงานเป็นหลัก หากแขกรู้ว่าเจ้าภาพเป็นคนสุดโต่ง ก็สามารถทุ่มกับการแต่งกายให้เข้ากับธีมงานนั้นได้เลย แต่หากรู้จักเจ้าภาพเพียงผิวเผิน อาจจะแต่งแค่ให้ดูมีกลิ่นอายเท่านั้น

มาในธีมอิ่มบุญ! รวมแหล่งช็อปเสื้อผ้าขาว รับเทศกาลกินเจ

รวมแหล่งช็อปเสื้อผ้าขาว รับเทศกาลกินเจ

เทศกาลกินเจปีนี้ ตรงกับวันที่ 9-17 ตุลาคม 2561 ถือเป็นเทศกาลบุญครั้งใหญ่ ที่จัดขึ้นเพื่องดเว้นการกินเนื้อสัตว์ เพื่อชำระล้างร่างกาย และจิตใจของเราให้กลับมาบริสุทธิ์อีกครั้ง

สิ่งหนึ่งที่ถือเป็นสัญลักษณ์ของเทศกาลนี้ คือ การนุ่งขาวห่มขาว เพราะเชื่อกันว่า นอกจากการงดอาหารจากเนื้อสัตว์ต่างๆ เพื่อล้างท้องภายในแล้ว ภายนอกของเราก็ต้องดูสะอาดด้วยเช่นเดียวกัน

หลังจากได้แนะนำกันไป 2 ตอนแล้ว วันนี้เราจะมาแนะนำแหล่งซื้อเสื้อผ้าสีขาว พร้อมวิธีเดินทางแบบเสร็จสรรพกันอีก รับรองว่าไม่มีปัญหาเรื่องการหาชุดสำหรับอิ่มบุญกันอย่างแน่นอน

7. ตลาดนัดประตูน้ำ

ในหมู่นักช้อปย่อมรู้กันดีอยู่แล้วว่าเสื้อผ้าย่านประตูน้ำนั้นราคาถูกมากๆ ซึ่งที่นี่ไม่ได้มีแค่ร้านค้าเสื้อผ้าแฟชั่นวัยรุ่นเท่านั้น เพราะตามตรอกซอกซอยทั้งหลาย คือแหล่งซื้อชุดขาวอีกจุดสำคัญของกรุงเทพเลยก็ว่าได้ ใครอยากซื้อตัวเดียวแล้วจบ เอาไว้ใส่วนไปหลาย ๆ ปีแบบไม่ต้องซื้อซ้ำ ตลาดนัดประตูน้ำคือแหล่งที่ตอบโจทย์ที่สุด

เวลาเปิดทำการ ทุกวัน ตลาดหน้าตึกใบหยก 05.00-09.00 น., ตลาดเย็นหน้าตึกใบหยก 05.00-21.00 น., ตลาดปกติ 08.00-15.00 น., ตลาดในห้าง 11.00-16.00 น.

วิธีเดินทาง

  • BTS ลงสถานีสยาม ต่อรถประจำทางสาย 54, 73 หรือลงสถานีราชเทวี แล้วเดินเท้าหรือต่อวินมอเตอร์ไซค์
  • รถประจำทางสาย 11, 14, 17, 58, 72, 76,113, 140, 184, 204, 504, 505, 514,

8. แพลตตินั่ม แฟชั่นมอลล์

ลองขยับมาอีกนิดจากตลาดนัดประตูน้ำมาที่ห้างติดแอร์ใกล้ๆ กัน อย่างแพลตตินั่ม แฟชั่นมอลล์ ที่นี่คือช้อปปิ้งมอลล์ชื่อดังในหมู่นักท่องเที่ยวต่างประเทศ สามารถหาซื้อได้ครบทั้งแฟชั่นวัยรุ่น วัยทำงาน วัยผู้ใหญ่ มีให้เลือกครบครันทุกแบบ ทุกสไตล์ ไปจนถึงเสื้อผ้าสีขาวเรียบง่าย เหมาะสำหรับสวมใส่ในช่วงกินเจ แนะนำให้ซื้อแบบหลายชิ้นจะได้ราคาถูกกว่าอย่างแน่นอน

เวลาเปิดทำการ จันทร์-อังคาร, พฤหัสบดี-ศุกร์ 9.00-20.00 น. พุธ, เสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 8.00-20.00 น.

วิธีเดินทาง

  • BTS ลงสถานีชิดลม ออกประตู 6 เดินผ่านทางเชื่อมหน้า Central World ไปยังแพลตตินั่ม แฟชั่นมอลล์
  • เรือโดยสารคลองแสนแสบ ลงท่าเรือประตูน้ำ
  • รถประจำทางสาย 62, 73, 74, 76, 204, 504, 514

9. ยูเนียน มอลล์

จุดเช็กอินเอาใจวัยรุ่น กับช้อปปิ้งมอลล์ชื่อดังย่านลาดพร้าว ที่ไม่ว่าใครไปเดินก็ต้องเพลินกันอย่างแน่นอน เพราะที่นี่เต็มไปด้วยเสื้อผ้าแฟชั่นราคาถูกและคุณภาพดีให้เลือกซื้อกันแบบจัดเต็ม แม้จะไม่ใช่แหล่งให้หาซื้อชุดขาวเพื่อกินเจโดยเฉพาะ แต่ก็เป็นห้างที่ตอบโจทย์สำหรับคนที่ไม่ได้เคร่งกับการปฏิบัติตัวในช่วงเทศกาลกินเจมาก แต่อยากหาเสื้อผ้าสีขาวใส่สวย ๆ ได้นั่นเอง

เวลาเปิดทำการ ทุกวัน 11.00-22.00 น.

วิธีเดินทาง

  • BTS ลงสถานีหมอชิต แล้วต่อรถประจำทางสาย 24, 39, 104, 129,  524,545
  • MRT ลงสถานีพหลโยธิน ออกประตู 5 หรือลงสถานีลาดพร้าว ออกประตู 3 แล้วข้ามสะพานลอยทางเชื่อมไปยังยูเนียนมอลล์
  • รถประจำทางสาย 8, 24, 26, 27, 28, 34, 38, 39, 44, 59, 92, 96, 104, 107, 122, 129, 136, 145, 157, 188, 191, 502, 503, 517, 524, 529 และ 545